RayClaude Cowork Course · SE TRACK

SE บทที่ 1 — จากปัญหาสู่ Requirement · สั่งให้ชัด ก่อนที่ AI จะเดาแทนเรา

ใช้ปุ่ม ← → เปลี่ยนสไลด์ได้

SE TRACK — MODULE 1 · จากปัญหาสู่ REQUIREMENT

AI สร้างของเก่งมาก — แต่ถ้าโจทย์คลุมเครือ มันจะ "เดา"

สั่ง AI ว่า "ทำระบบแจ้งเตือนสต๊อกให้หน่อย" แล้วมันตอบกลับว่า "I've implemented a basic version based on my assumptions" — ได้ของมาจริง แต่ไม่ใช่ของที่เราต้องการ แล้วต้องนั่งแก้กันอีกสามรอบ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ AI ไม่เก่ง — อยู่ที่โจทย์ที่เราให้มันไป บทนี้สอนวิธีเปลี่ยน "ปัญหาในหัวเรา" ให้กลายเป็น Requirement ที่ AI ทำตามได้ตรงใจตั้งแต่รอบแรก

ไม่ต้องเขียนเอกสารเป็นสิบหน้า — รู้แค่ว่าต้องบอกอะไร AI บ้าง แล้วให้ AI ช่วยร่างเอกสารเองได้เลย

ทำไมต้องรู้

โจทย์คลุมเครือ = จ่ายค่าเดาของ AI ด้วยเวลาของเรา

01AI ไม่ถาม มันเดา

  • ข้อมูลไหนที่เราไม่บอก AI จะสมมติเอาเอง (มันเรียกว่า assumption) แล้วลุยต่อทันที
  • ของที่ได้ "ถูกตามที่มันเข้าใจ" แต่ผิดจากที่เราต้องการ

02งานงอกเพราะขอบเขตไม่ชัด

  • ไม่เคยตกลงว่า "รอบนี้ทำแค่ไหน" — AI ก็แถมของที่ไม่ได้ขอ หรือตัดของที่เราคิดว่าต้องมี
  • แก้ไปแก้มา ไม่มีเส้นชัยให้จบงาน

03ตรวจรับไม่ได้เพราะไม่มีเกณฑ์

  • AI บอก "done!" — แต่เสร็จของมัน กับเสร็จของเรา คนละเรื่อง
  • ถ้าไม่เขียนเกณฑ์ตรวจรับไว้ก่อน เราไม่มีทางรู้ว่า "เสร็จจริง" หน้าตาเป็นยังไง

MENTAL MODEL ประจำบท

Requirement ชัด = AI ทำตามสั่ง · Requirement คลุมเครือ = AI เดาแทนเรา
ทุกช่องว่างในโจทย์ คือช่องให้ AI เติมเอง

Analogy ประจำบท

สั่งงาน AI = สั่งอาหารกับเชฟที่ไม่เคยถามกลับ

สั่งคลุมเครือ"ขอผัดกะเพรา"

  • เชฟตัดสินใจแทนหมด: หมูหรือไก่ ใส่ถั่วฝักยาวไหม เผ็ดแค่ไหน ไข่ดาวสุกหรือไม่สุก
  • ได้จานที่ "เป็นกะเพราจริง" แต่อาจไม่ใช่จานที่อยากกิน
  • ต้องส่งกลับไปแก้ — เสียเวลา เสียของ ทั้งที่เชฟทำตามสั่งเป๊ะ

สั่งชัด"กะเพราหมูสับ ไข่ดาวไม่สุก ไม่ใส่ถั่วฝักยาว เผ็ดน้อย"

  • ทุกจุดที่เชฟต้องเดา ถูกปิดด้วยคำสั่งของเรา
  • ได้ตรงใจตั้งแต่จานแรก — ไม่ต้องแก้
  • แถมตรวจรับง่าย: ชิมแล้วเทียบกับที่สั่งได้ทีละข้อ

บทนี้ทั้งบทคือการเรียนรู้วิธี "สั่งให้ชัด" แบบขวามือ — ศัพท์แต่ละคำที่กำลังจะเจอ คือส่วนประกอบของใบสั่งอาหารที่ดี: บอกว่าหิวอะไร (ปัญหา) อยากได้จานไหน (เป้าหมาย) ไม่เอาอะไร (ขอบเขต) และเกณฑ์ชิมแล้วผ่านคืออะไร

ภาพรวมก่อนเจาะศัพท์

เส้นทางจาก "ปัญหาในหัว" สู่ "แผนที่ AI ลงมือได้"

PROBLEM STATEMENTปัญหาคืออะไร

ใครเดือดร้อน เพราะอะไร กระทบธุรกิจแค่ไหน — "หิว" ก่อนคิดเมนู

GOALอยากได้ผลลัพธ์อะไร

ความเปลี่ยนแปลงที่ต้องการเห็น — เลือกจานที่จะสั่ง

SCOPEรอบนี้ทำแค่ไหน

ทำอะไร — และตั้งใจ "ไม่ทำ" อะไร — สั่งจานเดียว ไม่เหมาทั้งเมนู

USER STORY + ACใบสั่ง + เกณฑ์ชิมผ่าน

ความต้องการมุมมองผู้ใช้ พร้อมเงื่อนไขตรวจรับที่เช็คได้จริง

IMPLEMENTATION PLANลำดับลงมือทำ

AI แปลงใบสั่งเป็นแผน: ทำอะไรก่อน-หลัง ทดสอบยังไง

เอกสารที่รวบ 4 สถานีแรกไว้ในที่เดียว มีชื่อเรียกว่า PRD (Product Requirements Document) — "จะสร้างอะไร เพื่อใคร ทำไม" · ไม่ต้องเขียนเองทั้งหมด: เล่าปัญหาให้ AI ฟัง แล้วสั่ง "ช่วยร่าง PRD ให้หน่อย" ได้เลย — หน้าที่เราคือตรวจว่ามันเข้าใจถูก

ศัพท์ชุดที่ 1 · 6 คำ

ฝั่ง "ตั้งโจทย์ให้ชัด"

PROBLEM STATEMENTคำอธิบายปัญหา

  • ปัญหาคืออะไร ใครโดน กระทบธุรกิจยังไง — เขียน 3-4 บรรทัดก็พอ
  • เช่น "ของหมดสต๊อกโดยไม่รู้ตัว เดือนละ 2-3 ครั้ง เสียยอดขายช่วงของขาด"

GOAL / OBJECTIVEผลลัพธ์ที่ต้องการ

  • อยากเห็นอะไรเปลี่ยนไป เช่น "ไม่มีสินค้าขายดีหมดสต๊อกโดยไม่รู้ตัวอีก"
  • ระวัง: goal คือผลลัพธ์ ไม่ใช่วิธีทำ

SCOPE · IN/OUTขอบเขตรอบนี้

  • In scope = รอบนี้ทำ · Out of scope = ตั้งใจยังไม่ทำ
  • การเขียน out of scope ไว้ คือเกราะกันงานงอกที่ดีที่สุด

REQUIREMENTสิ่งที่ระบบต้องทำ

  • ความสามารถที่ต้องมี เช่น "แจ้งเตือนเมื่อสต๊อกต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ" (สายเทคนิคเรียกแบบเต็มว่า functional requirement)
  • AI: "Could you clarify the requirements?"

NFRเกณฑ์ด้านคุณภาพ

  • Non-functional Requirement — ไม่ใช่ "ทำอะไรได้" แต่ "ต้องดีแค่ไหน": เร็วเท่าไร ปลอดภัยแค่ไหน ล่มได้ไหม
  • เช่น "แจ้งเตือนต้องมาภายใน 5 นาที"

CONSTRAINT · ASSUMPTIONข้อจำกัด · สมมติฐาน

  • Constraint = เปลี่ยนไม่ได้ เช่น "ต้องใช้ LINE OA เดิม งบไม่เกิน 500 บาท/เดือน"
  • Assumption = สิ่งที่สมมติว่าจริง ยังต้องเช็ค — AI: "I'm assuming…"

ครบ 6 คำนี้ = ปิดช่องเดาของ AI ไปเกินครึ่ง — เหลือแค่เขียน "ใบสั่ง" ให้ตรวจรับได้ ซึ่งคือศัพท์ชุดถัดไป

ศัพท์ชุดที่ 2 · 6 คำ

ฝั่ง "เขียนใบสั่ง + เกณฑ์ตรวจรับ"

USER STORYใบสั่งมุมมองผู้ใช้

  • สูตรสำเร็จ: "ในฐานะ… ฉันต้องการ… เพื่อที่จะ…"
  • บังคับให้เราคิดจากคนใช้จริง ไม่ใช่จากฟีเจอร์

ACCEPTANCE CRITERIA · ACเกณฑ์ชิมแล้วผ่าน

  • เงื่อนไขที่เช็คได้จริงว่างานชิ้นนี้เสร็จตรงใจ — ผ่าน/ไม่ผ่าน ไม่มีตรงกลาง
  • AI: "I'll draft acceptance criteria" — คือมันจะเขียนเกณฑ์ให้เราตรวจก่อนลงมือ

DEFINITION OF DONE · DoDมาตรฐาน "เสร็จ" ของทุกงาน

  • เกณฑ์กลางที่ใช้ร่วมกันทุกชิ้น เช่น "ผ่านการทดสอบ + มีคนตรวจแล้ว" (วิธีทดสอบอยู่บท SE6)
  • ต่างจาก AC ที่เขียนใหม่ทุกงาน — เดี๋ยวเจอในตารางคู่ศัพท์สับสน

MVPเวอร์ชันเล็กสุดที่ใช้จริงได้

  • Minimum Viable Product — ตัดจนเหลือแก่นที่ผู้ใช้จริงใช้แล้วเราได้เรียนรู้
  • สั่ง AI ว่า "เอา MVP ก่อน" = ได้ของเร็ว เห็นของจริงแล้วค่อยต่อยอด

PRDเอกสารรวมโจทย์

  • Product Requirements Document — รวมปัญหา เป้าหมาย ขอบเขต requirement ไว้ที่เดียว
  • เป็น "สัญญาใจ" ระหว่างเรากับ AI ว่ากำลังสร้างอะไร

IMPLEMENTATION PLANแผนลงมือทำ

  • เรียงลำดับงานจริง: แก้ไฟล์ไหนก่อน ทดสอบตรงไหน ปล่อยของยังไง
  • ควรขอดูก่อนเสมอ เมื่อจะให้ AI ทำงานใหญ่หรือแตะของหลายจุด

ตัวอย่างจริง — ระบบแจ้งเตือนสต๊อกต่ำ: User Story "ในฐานะเจ้าของร้าน ฉันต้องการรับแจ้งเตือนใน LINE เมื่อสต๊อกต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ เพื่อสั่งของเติมได้ทัน" · AC: แจ้งภายใน 5 นาทีหลังสต๊อกแตะเกณฑ์ · ข้อความบอกชื่อสินค้า + จำนวนคงเหลือ · ไม่แจ้งซ้ำเกินวันละ 1 ครั้งต่อสินค้า

⭐ หัวใจของบท

ตารางแปลภาษา AI — ได้ยินแบบนี้ ต้องทำยังไง

AI พูดว่ากำลังจะเกิดอะไรเราควรทำอะไร
"Could you clarify the requirements?"AI เจอโจทย์คลุมเครือ และเลือกถามแทนที่จะเดา✅ สัญญาณดีมาก — ตอบให้ครบ ยิ่งละเอียดยิ่งได้ของตรงใจ
"I'm assuming X — correct me if wrong"AI กำลังเดา และแจ้งสมมติฐาน (assumption) ให้เรารู้🟡 หยุดอ่านตรงนี้ก่อนเสมอ — แก้สมมติฐานตอนนี้ถูกกว่าแก้โค้ดทีหลังมาก
"I'll draft acceptance criteria first"AI จะเขียนเกณฑ์ตรวจรับให้ดูก่อนลงมือทำ✅ ดีที่สุด — อ่านทีละข้อ ข้อไหนไม่ตรงใจแก้ตอนนี้เลย
"That's out of scope for this task"สิ่งที่เราเพิ่งขอ อยู่นอกขอบเขตงานรอบนี้🟡 ตัดสินใจเอง: เก็บไว้รอบหน้า หรือสั่งขยาย scope อย่างตั้งใจ — อย่าปล่อยให้งานงอกเงียบ ๆ
"I'll also add Y while I'm at it"AI กำลังแถมของที่ไม่ได้อยู่ในโจทย์⚠️ เบรกก่อน — ของแถมคืองานงอกกลับด้าน ให้ทำเฉพาะที่ตกลง แล้วจดของแถมไว้พิจารณาทีหลัง
"I've implemented a basic version"AI ตีความเองว่า "เวอร์ชันพื้นฐาน" ต้องมีอะไรบ้าง⚠️ เทียบกับ AC ทีละข้อ — ถ้าไม่เคยเขียน AC แปลว่าเราไม่มีเกณฑ์ตรวจเลย ต้องกลับไปเขียนก่อน
"This meets all the acceptance criteria"AI อ้างว่างานผ่านเกณฑ์ครบทุกข้อแล้ว🟡 อย่าเชื่อคำอ้างเปล่า ๆ — ไล่เช็คเองทีละข้อ (วิธีทดสอบจริงจังอยู่บท SE6)

สูตรจำเร็ว: AI ถามหรือขอเขียนเกณฑ์ก่อน = ทิศทางดี · AI assume หรือ แถมของ = จุดที่ต้องหยุดอ่านก่อนพิมพ์ "โอเค"

กันหลงทาง

5 คู่ที่คนสับสนบ่อยที่สุด

คู่ศัพท์ต่างกันตรงไหน
Acceptance Criteria vs DoDAC = เกณฑ์เฉพาะของงานชิ้นนั้น เขียนใหม่ทุกงาน · DoD = มาตรฐาน "เสร็จ" กลางที่ใช้กับทุกงานเหมือนกันหมด
Output vs OutcomeOutput = สิ่งที่สร้างออกมา เช่น ระบบแจ้งเตือนสต๊อก · Outcome = ผลที่เกิดกับธุรกิจ เช่น ของไม่ขาดสต๊อกอีก — สร้าง output สำเร็จแต่ outcome ไม่มาก็เกิดขึ้นได้
Prototype vs MVPPrototype = ของทดลองไว้ดูแนวคิด/หน้าตา ยังใช้จริงไม่ได้ · MVP = ผลิตภัณฑ์ขั้นต่ำที่ผู้ใช้จริงใช้ได้จริงและให้ข้อมูลกลับมา
PoC vs MVPPoC (Proof of Concept) พิสูจน์ว่า "เทคนิคนี้ทำได้จริงไหม" · MVP พิสูจน์ว่า "ผู้ใช้ต้องการจริงไหม" — คนละคำถามกัน
Requirement vs SolutionRequirement = สิ่งที่ต้องได้ ("รู้ทันทีเมื่อสต๊อกต่ำ") · Solution = วิธีทำให้ได้ ("แจ้งผ่าน LINE OA") — บอก requirement แล้วเปิดให้ AI เสนอ solution มักได้ทางเลือกดีกว่าที่เราคิดเอง

คู่สุดท้ายสำคัญกับการสั่ง AI ที่สุด: ถ้าเราสั่งเป็น solution ทันที ("เขียน Python ต่อ API ตัวนี้") AI จะไม่มีวันบอกว่ามีทางที่ง่ายกว่า — เล่าปัญหาและสิ่งที่ต้องได้ แล้วให้มันเสนอวิธี

QUICK-CHECK · กดดูเฉลย

จริงหรือไม่? — เช็คก่อนปิดบท

1 · "AI ฉลาดอยู่แล้ว บอกสั้น ๆ ว่า 'ทำระบบแจ้งเตือนสต๊อก' เดี๋ยวมันคิดรายละเอียดแทนเราเอง"

ไม่จริง — มันคิดแทนได้จริง แต่คิดจากการเดา ไม่ใช่จากธุรกิจเรา เหมือนสั่ง "ขอผัดกะเพรา" แล้วลุ้นว่าเชฟจะใส่อะไรมา — ทุกช่องว่างในโจทย์คือช่องให้ AI เติมเอง

2 · "Acceptance Criteria กับ Definition of Done คือสิ่งเดียวกัน แค่เรียกต่างกัน"

ไม่จริง — AC เป็นเกณฑ์เฉพาะของงานชิ้นนั้น เขียนใหม่ทุกงาน ส่วน DoD เป็นมาตรฐาน "เสร็จ" กลางที่ใช้กับทุกงานเหมือนกัน

3 · "ถ้า AI ตอบว่า 'that's out of scope' แปลว่าสิ่งนั้นทำไม่ได้"

ไม่จริง — แปลแค่ว่า "อยู่นอกขอบเขตที่ตกลงกันรอบนี้" เราขยาย scope ได้เสมอ แต่ต้องเป็นการตัดสินใจของเรา ไม่ใช่ปล่อยให้งานงอกเอง

KEY TAKEAWAY

Problem = หิวอะไร · Goal = จานที่อยากได้ · Scope = สั่งแค่ไหน · AC = เกณฑ์ชิมแล้วผ่าน
กฎเหล็กประจำบท: "ทุกช่องว่างในโจทย์ คือช่องให้ AI เดา — ปิดช่องเดาด้วย Scope และ AC ก่อนให้ลงมือทุกครั้ง"

1 / 9